สนามรบในคลินิกเด็ก

.............

......................

เด็กเล็กๆนี่คงน่าร๊ากกกกเนอะ

แหงอยู่แล้นล่ะค่ะ

ใครๆก็ชอบเด็กอ่ะนะ

ยิ่งแต่งตัวน่ารัก

แล้วก็ช่างเจรจา

เห็นแล้วอยากเข้าไปกอดมากเลยอ่ะ

...............

.......................

แต่นั่นมันคือภาพลวงตาค่ะ!!!!!

เด็กๆไม่ว่าจะน่าร๊ากกกแค่ไหน

เวลามาเจอหมอฟันเท่านั้นล่ะ

..........แฮ่ม.......ร้องไห้จ้าเลย

โดยเฉพาะเด็กที่มาพบหมอฟันเป็นครั้งแรกนี่

ยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้งอีกนะ

เพราะเธอทั้งกรี๊ด!!!ทั้งดิ้น

กัดปาก เตะถีบสารพัด.....เศร้าค่ะ

..................

...........................

ทั้งที่ที่จริงพี่หมอทั้งหลายออกจะใจดี๊ใจดี

และรักเด็กเป็นที่สุดค่ะ

พี่หมอต้องการรักษาน้องๆให้หายเจ็บ

และก็เข้าใจว่าน้องๆกลัวคนแปลกหน้า

แต่ก็ไม่วาย............เหนื่อย..........

เหนื่อยทั้งหนูทั้งหมอทั้งผู้ช่วย

..................

.............................

พี่หมอใจดีเลยแปลงร่างเป็นพี่หมอใจร้าย

ในสายตาน้องๆไปเฉยๆ

ทั้งที่พี่หมอไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย

................

...............................

ที่จริงแล้วเวลาหนูไม่ยอมให้พี่หมอทำ

พี่ก็ไม่อยากทำหรอกค่ะ

ตามตำราเค้าให้พี่สร้าความคุ้นเคยกับน้องซะก่อน

เอาน้องมานั่งนับฟันเล่น

หัดแปรงฟันกันก่อน

ซักสองสามครั้ง

ค่อยจัดการรักษาน้อง

........

หนูๆจะได้ไม่กลัวพี่หมอ

แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือ

ของคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ

เสียเวลามาหาหมอหลายๆครั้งหน่อย

ให้น้องเค้าหายกลัว

เค้าจะยอมนอนนิ่งๆให้หมอทำฟันได้

.......แต่............

คุณพ่อคุณแม่เค้ามักจะไม่ยอมอ่ะดิ

เสียเวลามั่งละ

ลางานมากไม่ได้

ทำให้เสร็จๆไปเลยสิคะ

..................

..........................

หนูๆก็เลยต้องเจ็บตัวกันแบบหักดิบ

ทำกันเดี๋ยวนั้นเลย

แบบที่ว่าหนูๆยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำ

ว่าการทำฟันเป็นการรักษาโรคให้หนู

เพื่อตัวหนูแท้ๆเลยนะลูก

บางคนก็มาไกลมาก...เหนื่อยทั้งน้องทั้งพ่อแม่

พี่หมอก็ต้องจับน้องอยุ่นิ่งๆเพื่อจะได้ทำฟัน

หนูๆก็ดิ้นกันใหญ่เชียว

บางคนก็กัดฟันแน่นไม่ยอมอ้าปากให้พี่หมอ

ยิ่งตอนกำลังใส่ยายิ่งน่ากลัว

หนูยิ่งดิ้นก็ต้องยิ่งเจ็บตัว

เพราะต้องใส่ยาหลายๆครั้ง

แถบบางครั้งเข็มหักคาอยู่ก็ต้องหาทางเอาออก

คุณพ่อคุณแม่คุณครูหลายๆคน

ก็ชอบขู่หนูเหลือเกิ้น......

กินหนมฟันผุจะให้หมอเอาออกหมดปากเลย

.....อ้าว.........พี่หมอกลายเป็นตัวร้ายไปซะแล้ว

เรื่องนี้เป็นข้อห้ามในการเลี้ยงดูเด็กเลยนะคะ

เพราะเค้าจะฝังใจไปจนโตเลย

ขอแอบประนามเลยนะ

คนที่ทำแบบนี้น่ะ

เพราะคุณได้จงใจสร้างความกลัวแก่เด็ก

ในวัยที่เค้าอาศัยจินตนาการ

มากกว่าความจริง

แล้วความกลัวนั้นก็จะเติบโตไปกับเค้า

กลายเป็นว่าเค้าจะรุ้สึกทรมานทุกครั้ง

ที่มาหาหมอฟัน

วิธีแก้ไขก็มีนะคะ

คือพาเค้าไปพบทันตแพทย์ตั้งแต่เล็กๆเลย

ไปพบตั้งแต่ยังไม่มีปัญหาอะไรนั้นล่ะ

เพื่อให้เค้าเรียนรู้ว่า

การทำฟันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

และไม่จำเป็นต้องเจ็บตัว

อันที่จริงอายุ 1 ขวบ

ก็ควรพามาพบทันตแพทย์ครั้งเเรกเเล้วค่ะ

เพื่อคุณหมอจะได้แนะนำการดูแลช่องปากน้องๆ

ให้คุณพ่อคุณแม่ไปดูแลน้อง

ทั้งการเเปรงฟันให้กับเด็ก

เรื่องของโภชนาการเเละการหย่านม

เรื่องแบบนี้อธิบายกันยาวค่ะ

คุณพ่อคุณแม่บางคนกว่าจะรู้ตัว

น้องก็ฟันผุซะหมดปากแล้ว

.....ฝรั่งเค้าว่าเป็นการทารุนกรรมเด็กเลยนะคะ

..........................

........................

เป็นข้อแนะนำและเล่าเรื่องเล็กๆน้อยๆค่ะ

เรื่องของคลินิกเด็กนี่ถ้าให้เล่าคงอีกยาว

เด็กที่น่ารักก็มาก

ที่ให้ความร่วมมือดีก็มาก

ที่ร้ายก็เยอะ

..........แต่อย่าให้นึกเลยค่ะ

ตอนนี้ก็ต้องทำสงครามในคลินิกต่อไป

เหนื่อยค่ะ...........

ปล.รูปประกอบทั้งหลายคือรูปที่น้องๆ

ถูกพี่หมอหลอกให้วาดขณะรอพ่อแม่มารับค่ะ

แบบว่าเราชอบเก็บงานศิลปะบริสุทธิ์อย่างนี้อ่ะนะ

เลยหลอกให้น้องๆวาด

รูปสุดท้ายนี่น้องเค้าวาดให้พี่หมอโดยตรงค่ะ

แหมเขิน.....รูปอะไรหว่า


edit @ 2006/11/23 17:33:35

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

หมอฟันโหดดีครับ จับอ้าปากเอาเครื่องมือมากรอๆๆแล้วเลือดก็กระจายเต็มเลย~

เข็มใหญ่ๆใส่ยาชาจิ้มไปที่เหงือก เอาคีมจับฟันโยกๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ

น่ากลัว

#1 By Grëêñßåÿgøñ™ on 2006-10-12 13:23

รูปของเด็กๆน่ารักจัง(มีก้านกล้วยด้วย)
ต้องไปรับมือเด็กๆงี้ท่าจะเหนื่อยน่าดู

เข้าโซนคำชี้แนะ...
คือ...พี่19...เราเคยไปอุดฟันอ่ะ หมอเค้าก็ทำนานเพราะทำ 3 ซี่ แล้วเรานอนบนเตียงทำฟันนานไม่ได้ มันปวดหัว เหมือนศรีษะมันโดนกด มึนตึ้บ ทรมานง่ะ จะขยับหัวก็ไม่ได้ เครื่องไม้เครื่องมือหมอมันก็อยู่ในปาก ทำไงดีอ่า~~~

#2 By kororo on 2006-10-12 17:42

ตอนเด็กๆเราไม่ค่อยได้ไปหาหมอฟันเท่าไหร่อ่ะ ไปบ่อยเเต่ตอนโตเเล้วเนี่ยเเหละ เวลาทำฟันหมอจะพูดใจดีอ่อนโยนมากกก เเต่การกระทำนี่รุนเเรงมากค่ะ เหอๆๆ

เราก็เป็นคนนึงที่ชอบเด็กล่ะค่ะ รูปของเด็กน่ารักมากเลย
หุหุหุ เหนื่อยเลยนะคะ เราเองก็จัดฟันอยู่ ต้องไปหาหมอประจำ บางทีก็เห็นเด็กแบบที่พี่พูดถึงเหมือนกัน ทำคลีนิกเด็กนี่ลำบากเนอะ เราเองก็เคยคิดจะเรียนทันตะ แต่พอนึกภาพเด็กๆที่มาทำฟันแล้วมันสยองไงไม่รู้
แต่ตอนเด็กๆเราก็ไปหาหมอฟันเป็นประจำนะ ไม่กลัวด้วยล่ะ ให้ความร่วมมือกับคุณหมอเป็นอย่างดีค่า~

#4 By MZelda on 2006-10-12 22:02

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆเลยค่า~~~
มันก็จริงนะ สงสัยเราจะเกร็งเกิน และก็ไม่ชอบเสียงเครื่องกรอฟันด้วย T_T
พยายามสงบสติ ยุบหนอพองหนอแล้วมันก็ยังเป็นอยู่(เพราะนานๆครั้งถึงจะเข้าคลินิกทำฟัน) เรื่องเอาซาวน์เบาท์เข้าไปฟังด้วยเนี่ย เพิ่งรู้แฮะว่าทำได้ด้วย งืมๆๆ
ขอบคุณพี่19มากๆเลย ขอให้โชคดีเหมือนกันนะคะ...

ปล. สงสัยพี่19 กลายเป็น sound addict ไปแล้วแหงมๆ

#5 By kororo on 2006-10-12 22:48

รูปของเด็กๆน่ารักมากๆเลย จินตนาการสินะ
เด็กๆแนนก็ชอบวาดรูปแล้วว

พูดถึงเข็ม เมือวันอังคาร แนนโดนเจาะแขนตรวจเลือดด้วย - - -*- เจ็บเพราะดูดไม่ออก เลือดข้นอ่า

ส่วนเรืองฟันไม่ต้องพูดเลย เจ็บโคตรๆ

แต่ก็จริงนะคะ เห็นเด็กๆ แต่ละคนเวลาไปหาหมอฟันนี่เป็นกันเกือบทุกคนเลยคือกลัวหมอฟันแล้วก็ร้องไห้ประจำ

รูปแต่ละรูปน่ารักทั้งนั้นนะคะ สงสัยจะเป็นรูปจากจิตวิญญาณเด็กๆนะเนี่ย 5555+

#7 By SweetLovE-Sweet on 2006-10-16 21:46

มาดูอีกที เทียบกับรูปที่ตัวเองวาดแล้ว

รู้สึกอายเด็กจัง

#8 By Grëêñßåÿgøñ™ on 2006-10-19 08:51

โธ่...ของไม่ผ่าน GMP แถมประกันคุณภาพก็ไม่ผ่าน ไม่เอาออกไปขายหรอกค่ะ มีแต่เอาไปฝากญาติพี่น้องรูมเมทคนใกล้ตัว

#9 By kororo on 2006-10-21 09:59

จินตนาการของเด็กๆนี่สุดยอดไปเลนนะคะ เห็นแล้วนึกถึงตอนเราสมัยเด็กๆวาดอะไรก็ไม่รู้

#10 By kuchimaru on 2006-10-25 06:43

question

#11 By (118.173.164.250) on 2008-05-27 19:06

embarrassed embarrassed embarrassed

#12 By (118.173.164.250) on 2008-05-27 19:06

big smile big smile big smile

#13 By (118.173.164.250) on 2008-05-27 19:06