มาทำฟัน..สำหรับบางคนก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว นี้ยังจะมาบอกให้แต่งตงแต่งตัวอะไรกันอีกใช่ม๊ะ ...ก็แหม... เพิ่งอ่านหนังสือคลีโอก็เจอหัวข้อนี้เหมือนกัน ก็เลยขอเขียนบ้างล่ะ..ว่าควรแต่งตัวยังไงมาทำฟัน (ประสบการณ์ตรงเลยนะนี่) ให้เหมาะสมกับกาลเทศะและสะดวกสบายทั้งกับหมอและคนไข้อ่ะนะคะ

เป็นผู้ชายคงไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ แค่เเปรงฟันมาให้สะอาดก็พอ ...ไม่แปรงฟัน???...สงสารคุณหมอทั้งหลายหน่อยเหอะค่ะ นอกจากสภาพโรคในช่องปากแล้ว คงไม่ต้องให้คุณหมอมานั่งวิเคราะห์หรอกมั๊ง ว่าวันนี้คุณทานอะไรมามั่ง เพราะมันจะติดตามซอกฟันให้ชวนเดาอย่างสะท้านใจจริงๆ บางคนก็ส้มตำงี้...หมอทายได้เลยว่าคุณชอบกินรสไหน ใส่ปูไม่ใส่ หรือใส่ปลาร้าอย่างงี้ หรือบางคนอัดบุหรี่มาซ๊ะ ....อยากจะเบือนหน้าหนีมั๊ก แต่ทำไม่ได้อ่ะนะ ... เพราะฉะนั้น กรุณาแปรงฟันให้สะอาดก่อนมาหาหมอฟันเต๊อะ สงสารหมอฟันตาดำๆก็ยังดี

ส่วนคุณผู้หญิงทั้งหลาย หมอฟันอย่างเราขอเน้นนี๊ส..นึง..นะคะ ไม่ควรโบ๊ะหน้าหนามากนัก ยิ่งลิปสติกนี่ขอเลยค่ะ เพราะไม่ว่าคุณจะทาลิปมาสีอะไร ทำฟันเสร็จมันก็จะเลือนไปเลอะอยู่ตามถุงมือคุณหมอ ตามแก้มของคุณและก็ผ้ากันเปื้อนนี่ล่ะค่ะ บางคนเรายังตกใจเลยอ่ะนะ เลอะอย่างกับเลือดกบปาก นึกขึ้นได้ว่าอุดฟันไม่มีเลือดนี่หว่า? เลยบอกเค้าว่าลิปคุณพี่เลอะอ่ะค่ะ หรือบางคนก็..แหม..เคลือบไอ้แบบวาวๆมาด้วย พอมือหมอไปโดน มันลื่นชะมัดเลย จับเครื่องมือก็ลำบากค่ะหรือบางทีไอน้ำจะหัวกรอก็กระจายบ้าง ไปโดนเครื่องสำอางทั้งหลายที่คุณสาวๆโปะกันมา ...เวลามันเยิ้มนี่...ดูไม่จืดเลยอ่ะนะคะ

ทรงผมก็เช่นกันค่ะ มีปัญหากับการทำฟันไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะสาวๆผมยาวสลวย เวลาผมเธอสยายบนที่รองศีรษะ แล้วก็ย้อยลงข้างล่าง มันเกะกะคุณหมอไม่น้อยเหมือนกันนะคะ เพราะนั่นคือบริเวณที่คุณหมอจะนั่งทำงาน บางคลินิกเค้าก็จะมีหมวกคลุมผมให้คนไข้ผมยาวใส่ก่อนทำฟันเลยค่ะ แต่จริงๆเเล้วเราก็ควรจะรวบผมให้เรียบร้อยก่อนไปทำฟันจะเป็นการดีที่สุด และก็ควรจะมัดผมต่ำๆหน่อย จะได้ไม่เกะกะเวลานอน บางคนมัดสูงมาเเล้วก็ติดที่รัดผมเสียแน่น นอนไม่ได้เลยก็ต้องขอให้เอาออกอ่ะนะคะ เอาเป็นว่าทำทรงผมที่คุณสามารถนอนราบได้โดยไม่เจ็บนั่นล่ะค่ะ เหมาะสมที่สุด

การแต่งตัวมาทำฟันก็ควรจะมิดชิดนะคะ คุณผู้หญิงขา สำหรับคุณผู้หญิงบางคน ขอให้ระวังเรื่องการใส่เสื้อคอกว้างด้วยนะคะ เราว่ามันไม่ค่อยมิดชิดนัก นี่พูดในฐานะของผู้หญิงด้วยกันนะคะ บางอย่างมันก็โผล่ออกมาให้เป็นที่ลำบากใจได้อ่ะนะ โดยเฉพาะเวลามองจากทางหัวลงไปน่ะ

ครือก็ค่อนข้างเข้าใจแฟชั่นสมัยนี้นะ แต่เวลามาทำฟัน ก็คือต้องนอนบนเก้าอี้ทำฟันใช่ม๊ะคะ แล้วไอ้กระโปรงนักศึกษาสั้นๆรัดๆนี่....มันรั้งขึ้นไปสูงมากเลยนะ จำได้ว่าตอนยังเป็นนักเรียนอยู่เราเคยต้องวิ่งไปหยิบเสื้อกาวน์มาคลุมขาให้น้องเขา เพราะไอ้เพื่อนผู้ชายที่ทำฟันอยู่ตรงข้ามมันเริ่มไม่มีสมาธิกับคนไข้ของมัน อันตรายนะคะสาวๆขาขาวๆทั้งหลายขา... ระวังจะเจอข้อหาทำหมอฟันเลือดกำเดาไหลไม่ทราบสาเหตุนะคะ อิ อิ

นอกจากกระโปรงสั้นเเล้ว กางเกงขาสั้น หรือสั้นเเล้วบานทั้งหลาย ก็อยู่ในข่ายต้องเฝ้าระวังด้วยกันทั้งนั้นล่ะค่ะ อย่าลืมนะคะว่าคุณผู้หญิงต้องนอนเอนบนเก้าอี้ทำฟัน กางเกงพวกนี้มันรั้งไปไม่น้อยเหมือนกัน บางทีก็มีอะไรวั๊บๆแวมๆกันได้นะคะ เราเองก็เลยต้องเตรียมผ้าคลุมผืนยาวเอาไว้ กันผู้ช่วยกับหมอหนุ่มๆวอกแวกอ่ะค่ะ นี่ไม่นับคนไข้กับญาติที่นั่งรอกันอยู่แถวนั้นนะ เค้าจะตกใจกับภาพ น.18 ไม่ผ่านกบว. กันขนาดไหนน่ะค่ะ

.....ไหนๆก็พูดเรื่องนี้เเล้ว น้องๆหนูๆวัยสะรุ่นจ๊ะ...ไอ้เเฟชั่นไม่ใส่กางเกงในนี่มันมาจากไหนฟระ!!! อิชั๊นนั้นไม่เข้าใจจริงๆเลย ขอร้องล่ะน้องๆ มาทำฟันน่ะ ใส่กางเกงในมาด้วยนะเฟร้ย!!!! แม้น้องจะมั่นใจในความมิดชิดของกางเกงขาสั้นของน้องเเล้ว แต่มันก็หลุดลอดออกมาได้นะน้องจ๋า ...นี่เจอมากับตัวเลย นึกดูละกันว่าผู้ช่วยดิฉันจะกระเจิดกระเจิงกันขนาดไหน ..น้องๆจ๋า...กรุณาใส่กางเกงในมาทำฟันกันด้วยเต๊อะ พี่ล่ะห่วงสวัสดิภาพความปลอดภัยของผู้ช่วยตัวน้อยๆของพี่ว่าจะแก่เเดดกันเกินวัยเพราะไปเห็นภาพไม่ผ่านเซ็นเซอร์นี่ล่ะจ๊ะ (ต้องขอพูดแบบคนแก่ล่ะนะ ว่าไม่เข้าใจเด็กวัยรุ่นสมัยนี้เลยจริงๆ)

นี่ก็เป็นข้อเเนะนำเล็กๆน้อยๆล่ะนะคะ ( แบบว่านอกกรอบวิชาการออกมาไกลสุดกู่เลย) ยังไงก็ขอให้ลองปฏิบัติกันดูนะคะ แล้วมีอะไรจะสอบถามก็บอกได้นะคะ..เรารับตอบปัญหาทางทันตกรรมด้วยค่ะ..เชิญได้เลย

บายค่ะ

(^=^)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ได้อ่านมาเหมือนกัน เรื่องการแต่งตัวมาหาหมอฟันเนี่ย สงสัยคงเล่มเดียวกันมั้งคะ(ฮา) นั่งอ่านอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยวค่ะ^^!!

ส่วนไอ้แฟชั่นไม่ใส่กางเกงในนี่หนูก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะว่าคิกได้ยังไง อ่านเจอในนสพ.แล้วแบบว่า...เฮ้ย!? เด็กเดี๋ยวนี้มันคิดอะไรอยู่นะเนี่ย=[]=! รู้สึกเหมือนพอเข้ารั่วมหาลัยแล้วมันก็ตามโลกไม่ทันซะแล้วแฮะเรา= =!!

#1 By RIN on 2007-10-04 20:25

เหอๆ จบด้วยคดีไม่ใส่กางเกงในซะงั้น

ตอนนั่งดูข่าว เราก็งงว่าเด็กมันไปเอาความคิดแสนบรรเจิดนี้มาจากไหน ช่างกล้าจริงๆ

อ่านไปอ่านมา ก็นึกขึ้นมาได้
เราไม่ได้ไปหาหมอฟันมาเกือบ 3 ปีแล้วนะเนี่ย หวาย...><
ฟันคุด(ซี่บนซ้าย)ที่หมอว่าจะผ่า ตอนนี้มันก็เจริญงอกงามขึ้นมาแล้ว ไม่เจ็บด้วย ขึ้นตรงดี ไม่ซ้อนกัน ไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร(ในตอนนี้)

พี่19 คิดว่ายังไงค่ะ ยังควรเอาออกดีรึเปล่า
เพราะเคยได้ยินว่าฟันคุดที่ไม่สบกับฟันซี่อื่นๆ มันจะงอกออกมาเรื่อยๆไม่หยุด จนห้อยต่องแต่ง และสุดท้ายก็ต้องถูกดึงออกอยู่ดี

#2 By kororo on 2007-10-04 20:47

เอิ๊ก อ่านแล้วก็นึกย้อนกลับไป...เอ เราเคยทำอะไรต้องห้ามในนี้รึปล่าวหว่า
5555+
โอย แคล้วคลาดไปนะ สุภาพบุรุษตัวน้อยๆอย่างเรา
ไม่เจอกับนานเลยนะครับ หมอฟันนี่ก็ลำบากเหมือนกันแฮะ เจ๊อะสารพัดเรื่องจริงๆ
จบด้วยข่าวสะท้านเมืองอย่างไม่ใส่ลิงเนี่ย...แฮ่ๆ สุภาพบุรุษตัวน้อยๆอย่างเราก็ขอสแล๋นแสดงความคิดเห็นเล็กน้อย
ไม่เข้าใจเช่นกันครับ เป็นอะไรกันไปแล้วครับพี่สาวทั้งหลาย ไอ้ไม่ใส่ยังพอคิดในแง่ดี(แบบบื้อๆ)ไม่แห้งมั้ง แต่ไอ้ย้อมสี กับร้อยลูกปัดเนี่ย ชักไม่ไหวแล้วนะเว้ยเฮ้ย
วิกฤติการก่อบรรลัยใส่ฉัน(gobolization-โลกาภิวัติ) มันบ้าบอคอแตกกันจนเฟะแล้ว เอายังไงดีครับ ทั่นนาย๊กกกกกก

#4 By -((666 Error))- on 2007-10-04 23:23

สิ่งต้องห้ามที่น่ากลัว ไหว้พระดีกว่า สาธุ =/\=
ทำงานอยู่จังหวัดไหนครับที่เจอ
ไม่ใส่กางเกงในนะครับ เผื่อจะได้ย้ายครับ

จังหวัดผมไม่เคยเจอเลย confused smile

#6 By surat95 on 2007-10-20 04:13

อ่านแล้วขำปนอึ้งๆ... sad smile

#7 By Choco on 2007-12-08 15:54

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กลัวว่าหมอจะขาดสมาธิแล้วฟันจะยิ่งอาการหนักนะสิครับ

มีคลิปเกี่ยวกับหมอฟันขำอยู่ครับ ลองเข้าไปดูนะครับ

http://aunlamun.exteen.com/20080301/entry

โดยเฉพาะคลิปหลังนี่เหมาะกับเรื่องการแต่งตัวมาก อิๆ
อ้างถึง

http://lowcdvictim.exteen.com/20080507/entry-2#comment-2

เข้าใจคุณหมอครับ...

เรื่องที่เขียนไปเกี่ยวกับเอกสารการรับยา ที่ระบุว่าเอกสารที่หน้าปกอย่างชัดเจนว่า “ประวัติรับยาต้านไวรัส ของผู้ป่วยเอดส์” ผมไม่แย้งที่จะมีเอกสารนั้น แต่แค่รู้สึกว่ามัน too obvious น่าจะเขียนเป็น Code อะไรของก็ได้ที่เจ้าหน้าที่เห็นแล้วทราบได้ทันที น่าจะดีกว่า หรือผมอาจจะแทรกความรู้สึกส่วนตัวมากไปหน่อย

ผมคิดว่า (แค่ความคิดส่วนตัวนะครับ) ในฐานะผู้ป่วย เวลาไปทำฟัน ถ้าบอกก็คงจะกลัวหมอไม่อยากทำให้ หรือกลัวเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ คุณหมอครับเวลาไปทำฟัน สำหรับมีเชื้อควรทำอย่างไรดี ไปโรงบาลใหญ่หรือไปคลินิก แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะกล้าบอกไปว่ามีเชื้อโดยไม่รู้สึกว่าอายหรือไม่สบายใจ ถามไปแบบนี้ผมก็กลัวหมอคิดว่าผมคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่คิดถึงหัวอกหมอบ้าง แล้วระหว่างหมอมีการพูดคุยเรื่องนี้กันว่าอย่างไรบ้าง มีอะไรบ้างที่ผู้มีเชื้อควรจะทราบในเรื่องนี้

เหวอ....
อ่านลงมาเรื่อยๆก็พอเข้าใจว่าสมัยนี้โลกมันเปลี่ยนไป

แต่ไอ้ไม่ใส่กางเกงในนี่!

มีจริงๆเหรอคะ่ ไม่อยากจะเชื่อเลย
แล้วมันไม่โล่งแย่เหรอนั่น sad smile

#10 By ~Rainy Day~ on 2008-06-19 21:31