ทันตแพทย์กับการโฆษณา
posted on 11 Feb 2008 17:54 by virgoshaka19sep in Dentistพอนั่งๆดูโฆษณาในโทรทัศน์ บางโฆษณาก็ทำให้เรารู้สึกตะหงิดๆใจเหมือนกันนะ โดยเฉพาะโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในช่องปาก อย่างพวกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปากยี่ห้อต่างๆอะไรประมาณนี้ บางทีเราก็รู้สึกว่ามันโฆษณาเกินจริงไป(รึเปล่าฟระ!) อย่างบ้วนปากแล้วหินปูนกระจาย..ตู้ม..!! ประมาณนี้ แต่ว่าอาจารย์ที่สอนๆเรามากลับไม่แนะนำให้ใช้ หรือพวกที่โฆษณาว่าทันตแพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้มั่งล่ะ หรือทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ เอ...บางทีก็สงสัยนะ....เราเผลอแนะนำไปบ้างรึเปล่านะ? แล้วไอ้เราไม่ใช้ เพื่อนๆเราเค้าอาจจจะใช้กันบานตะไทก็ได้เนอะ? หรือบางทีก็เอาคนที่แต่งตัวให้เข้าใจว่าเป็นทันตแพทย์(แต่ดูหน้าเค้าก็คล้ายๆนะคะ) มายืนแนะนำผลิตภัณฑ์ หรือบางทีก็อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางทันตกรรมบ้างล่ะ คนเหล่านั้นเค้าเป้นทันตแพทย์รึเปล่าหนอ เราเองยังสงสัยเลยนะ อยากรู้เหมือนกันว่าคนอื่นๆเค้าจะสงสัยเหมือนเรามั๊ยอ่ะ?
แปรงสีฟันและยาสีฟันที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้....???
-->เอ่อ...ไม่รู้อ่ะค่ะ เค้าอาจจะเคยทำสำรวจมานะ ดูตรงแถบตัวหนังสือข้างล่างที่มีขนาดเล็กๆอ่ะค่ะ เราพยายามอ่านแล้วอ่ะ แต่ว่าไม่เคยทันซักที เคยอ่านทันอยู่ยี่ห้อนึง รู้สึกว่าเค้าจะไม่ได้ทำสำรวจในประเทศไทยอ่ะนะ
-->สำหรับเราและเพื่อนๆ ชอบใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันใดๆก็ได้ค่ะที่เค้าแจกฟรี โดยเฉพาะตามงานประชุมวิชาการต่างๆนี่จะได้สินค้าใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวของบริษัทต่างๆกันฟรี แบบว่าแฮปปี้ดี๊ด๊ากับของใหม่ แปรงไฟฟ้าเค้าก็เอามาแจกฟรีกันค่ะ อะไรฟรีอิชั้นชอบหมดล่ะค่ะ
แปรงสีฟันที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ?
-->บริษัทเค้าอาจเคยทำสำรวจมาแต่ว่าเราเองไม่เคยผ่านตาอ่ะค่ะ เอาเป็นว่าในประเทศไทยร้อยทั้งร้อยนะ แปรงสีฟันที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำคือ 1.แปรงสีฟันที่มีด้ามจับตรง จับถนัดมือ 2. ทำด้วยวัสดุที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานอุตสาหกรรม 3. ขนแปรงอ่อนนิ่ม 4. ขนาดหัวแปรงไม่ใหญ่เกินไป(ประมาณความกว้างของฟัน 3 ซี่) สำหรับแปรงสีฟันไฟฟ้านั้น ทันตแพทย์มักแนะนำกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้มือได้สะดวกค่ะ เช่น คนสูงอายุ คนพิการ ประมาณนี้ (แต่เราก็ใช้อยู่พักนึงเหมือนกันนะ...ได้ฟรีมานี่คะ)
ยาสีฟันที่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ???
-->ไม่รู้ล่ะ..ประเทศไทยมียาสีฟันซักกี่ยี่ห้อเชียว พวกเราก็ใช้กันตามแต่ท่านเจ้าของบริษัทจะกรุณาล่ะค่ะ ใครแจกอะไรฟรีเราก็ใช้อันนั้นล่ะ ตอนเป็นนักศึกษาก็ไปหยิบที่ห้องสโมสรนักศึกษามาใช้ ลองมาหลายยี่ห้อเเล้วยังไม่เคยแพ้ซักที เราก็ตั้งหน้าตั้งตาจะลองต่อไปล่ะค่ะ อิอิ
-->แต่ต้องบอกก่อนว่ายาสีฟันแก้เสียวฟันน่ะ ในประเทศไทยนี้มีอยู่สัก 2- 3 ยี่ห้อเท่านั้นที่มีสรรพคุณแก้เสียวฟันจริงๆ ไม่ใช่ราคาคุย ดังนี้ไอ้ที่เราแนะนำคนไข้ใช้ บางทีก็ต้องบอกยี่ห้อล่ะค่ะ ไม่งั้นคนไข้เค้าไปหาซื้อไม่ได้ (โดยเฉพาะจังหวัดภูธรอย่างเรา)
-->คุณสมบัติของยาสีฟันที่เราแนะนำละกันนะคะ :
1. ได้รับ อย. เนื่องจากว่ายาสีฟันเป็นเครื่องสำอางควบคุม อันที่จริง จากการสอบถามคนไข้ในจังหวัด หลายๆคนพกยาสีฟันมาให้หมอดูว่าดีไหม เค้าใช้แบบว่าเป็นสมุนไพรบ้างล่ะ เป็นผงๆบ้างล่ะ บางอันก็ซื้อจากขายตรงเค้าว่าสรรพคุณสุดยอดค่ะ เราก็พลิกดู อย. ก่อนเลยค่ะ ถ้าไม่มีอยู่ก็แนะนำให้เลิกใช้ค่ะ ตัวยาสีฟันบางชนิดก็ใส่ผงขัด(ที่ทันตแพทย์ใช้ในคลินิก) ซึ่งเราขอบอกว่ามันไม่เหมาะกับการใช้เป็นประจำหรอกนะคะ ฟันคุณอาจสึกจนเสียวได้ เพียงเพราะว่าผงขัดจากยาสีฟันที่ไม่ได้มาตรฐานของคุณนั่นล่ะค่ะ 2. มีฟลูออไรด์...อันนี้สำคัญมากค่ะ เพราะฟลูออไรด์มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อที่อยุ่ในช่องปากและทำให้ฟันแข็งเเรง...สรุปว่าป้องกันฟันผุนั่นล่ะค่ะ ยาสีฟันในประเทศไทยนี้มีหลายยี่ห้อที่ไม่มีฟลูออไรด์ อยากรู้ต้องอ่านฉลากดูเอง เดี๋ยวเค้าว่าเราสกัดดาวรุ่งเค้าอ่ะค่ะ 3. ใช้แล้วไม่แพ้...คืออาการเเพ้ยาสีฟันนี่ไม่เข้าใครออกใครนะคะ บางคนแพ้ยี่ห้อนี้แต่ไม่แพ้อีกยี่ห้อ อาการเเพ้ยาสีฟันก็คือ จะรู้สึกแสบปากมากค่ะหลังแปรงฟัน เมือ่ดูเนื้อเยื่อในช่องปากจะแดงจัด หรือบางคนแพ้มากก็ถึงขั้นเนื้อเยื่อลอก แต่ขอบอกว่าเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ค่ะว่าใครจะแพ้ยาสีฟันยี่ห้อไหน เอาเป็นว่าถ้าแพ้ยาสีฟันยี่ห้อใดคุณก็ควรเปลี่ยนยี่ห้อ เเละไม่ควรกลับมาใช้ยี่ห้อนั้นอีกค่ะ
--> สำหรับยาสีฟันป้องกันการเสียวฟันนั้น ขอบอกก่อนว่ามีไม่กี่ยี่ห้อจริงๆ บอกยี่ห้อเลยก็ได้ : เซ็นโซดายน์ (ยกเว้นสูตรออริจินอล) ,ซอล์ท (สูตรที่คุณปลื้มโฆษณา) ,อีโมฟอร์ม ครือว่า..ถ้าไปซื้อก็อ่านฉลากด้วยนะคะว่าสูตรนั้นเค้าแก้เสียวฟันรึเปล่า เพราะว่าเค้าทำมาขายยี่ห้อนึงก็มีหลายสูตรค่ะ แต่ว่าที่เรารำคาญใจที่สุดก็คือ ไอ้พวกยาสีฟันของบริษัทขายตรงทั้งหลาย...(หลายยี่ห้อจริงๆค่ะ) ครือ..เข้าใจนะคะว่าเค้าขายตรงนะก็ต้องโฆษณาสรรพคุณกันดีหน่อย รักษาได้สารพัด แก้เสียวฟันอีกต่างหากทั้งที่ไม่มีสารแก้เสียวฟันในยาสีฟันนั้นเลย เราว่าอาจจะต้องปรับความเข้าใจกันใหม่หน่อยนึง (กลายเป็นว่าคนไข้มาชวนให้หมอเป็นตัวแทนขายตรง...ทำใจลำบากจริงๆ)
น้ำยาบ้วนปาก...?
-->เอาเป็นว่าถ้าคุณเป็นคนปกติธรรมดาที่สามารถแปรงฟันได้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ไม่จัดฟัน และทันตแพทย์ไม่ได้แนะนำให้ใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้จริงๆล่ะค่ะ คนที่อยากแนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากคือคนที่จัดฟันอยู่ คนที่ใส่สะพานฟัน หรือฟันปลอมแบบติดแน่น คนไข้อุบัติเหตุที่ไม่สามารถอ้าปากได้กว้าง หรือเด็กที่มีฟันผุมากกว่าปกติ เหล่านี้ทันตแพทย์จะแนะให้ใช้น้ำยาบ้วนปากชนิดต่างๆตามแต่กรณีไปค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะผสมเองตามโรงพยาบาลซะด้วย ไม่ค่อยได้มีโอกาสแนะนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไหนหรอกค่ะ โดยเฉพาะยี่ห้อที่บ้วนแล้วแสบปากมากๆนั่นน่ะ ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำนะคะ เพราะว่ามีส่วนผสมของเเอลกอฮอล์อยู่สูง อาจทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อช่องปากในระยะยาวได้ค่ะ
สำหรับบุคคลหน้าเหมือน? แต่งตัวเหมือน? เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรม?
--> อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่คิดว่าไม่น่าใช่ทันตแพทย์ เพราะว่ามีข้อบังคับของทันตแพทยสภา (น่าจะเป็นหมวด 2 ข้อ 13 กับหมวด 3 ข้อ 22 ) อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถชักจูง โฆษณาให้คนมาใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้ล่ะค่ะ ขนาดว่าเมื่อก่อนนี้มียาสีฟันยี่ห้อนึงอ้างการวิจัยของอาจารย์ท่านหนึ่งโดยมีชื่อของอาจารย์ท่านนั้นอยู่ที่มุมล่างด้านซ้าย ยังโดนร้องเรียนเลยค่ะทั้งที่อาจารย์ท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับโฆษณายาสีฟันนั้นเลย เวลาเราดูโฆษณาก็....หาคนได้เนียนดีนี่ฟระ...แหม..มีหมอหล่ออย่างนี้บ้างก็ดี..ประมาณนี้(^-^)
ทันตแพทย์ไม่สามารถโฆษณาได้เหรอ?
--> อันที่จริงหมอหล่อๆบุคลิกดีก็มีเยอะค่ะ(แฮ่ม!!) ทำไมจะเป็นนายแบบ นางแบบโฆษณาไม่ได้ล่ะค่ะ แต่ว่าไม่ใช่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในช่องปาก หรือใช้วิชาชีพไปในทางโฆษณาก็ทำได้ อย่างที่เห็นๆอยู่ในปัจจุบันนี้ก็นายแบบโฆษณา NGV ไงค่ะ อ.ทพ. อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ คนที่ขับ Honda CR-V แล้วโฆษณาคุณภาพของNGVน่ะค่ะ อีกคนก็พี่คนที่โฆษณาให้ ปตท.สผ. อ่ะค่ะ โฆษณาที่ไปขุดน้ำมันที่โอมาน ขอบอกว่าเนียนมา เหมือนเป็นวิศวกรขุดน้ำมันจริงๆ (ขอโทษค่ะ จำชื่อพี่เค้าไม่ได้ เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยด้วยอ่ะ)
ดูโฆษณาเราต้องมีวิจารณญาณในการชมจริงๆเนอะ เราอย่างรู้เหมือนกันว่าวิชาชีพอื่นเป็นยังไงบ้าง มีโฆษณาประมาณไหนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ วันนี้เพิ่งจะเขียนยาวและมีสาระแฮะ (-.-")
บายค่ะ
(^=^)
เหมือนอย่างเครื่องสำอางบางอย่างก็บอก...สำรวจมาแล้วจากผู้หญิงทั่วเอเชีย ได้รับความพึงพอใจ...
แต่ถ้าอ่านให้ทันหรือดูเจ้าตัวเล็กๆตรงผลิตภัณฑ์ "ผู้หญิงทั่วเอเชีย" ที่ว่า ก็แค่ยี่สิบกว่าคนเองค่ะ แถมบางทีไม่ใช่คนไทยด้วย ไม่แน่ใจว่าหลักสถิติแล้วจะเอามาเป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศที่นั่งชมโฆษณาได้ด้วยรึเปล่า
#1 By ~Rainy Day~ on 2008-02-11 21:34